Peerapat's profileฉาง โหย่ว ลี่PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ฉาง โหย่ว ลี่The strength |
|||||||||||||||||
|
|
November 17 ลอยกระทง
และแล้ววันที่เรารอคอยก็ผ่านพ้นไป มันคือวันลอยกระทงนั่นเอง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเราชอบวันลอยกระทงมาก เพราะเป็นวันที่ใกล้วันเกิดเรามากที่สุด ทุกๆปีเราจะต้องดูปฏิทินว่าปีนี้ลอยกระทงมันจะเวียนมาบรรจบกับวันเกิดเราหรือเปล่า ซึ่งเรารอมา 21 ปีแล้วก็ยังไม่มีมาตรงซะที ฮ่วย !!ปกติเวลาอยู่บ้านเกือบทุกปีเราจะไปลอยกระทงกับครอบครัวที่สระน้ำหลังโรงเรียนตอนประถม แล้วทั้งสระก็มีกระทงแค่สามใบ มันเป็นภาพที่ประทับใจมาก นี่อาจเป็นเหตุผลให้เรายังคงชอบวันลอยกระทงอยู่จนทุกวันนี้ แต่พอเข้ามหาลัยแล้วเวลากลับบ้านมันก็น้อยลงทุกที แต่ความประทับใจของวันลอยกระทงก็มิได้เลือนลางที่นครสวรรค์ ได้ไปลอยที่ศาลากลาง คนก็พอสมควร ไปวิ่งหลบไฟหยดจากโคมลอยกันกับพวกเพื่อนที่หอ แล้วก็มีเพื่อนผู้หญิงไปบ้าง จำได้ว่าเจออีชลมากับครอบครัว กูยังจะจำได้อีกนะ ตอนปีหนึ่ง งานลอยกะทงที่ศาลายา งานนี้ถูกจัดขึ้นเหมือนงานวัด จำได้ว่าเรานัดเพื่อนตอนมัธยมที่เรียนอยู่มหิดลด้วยกันไปลอย ถ้าจำไม่ผิดมีตัวเราเอง ไอ้เป็ด ปุ้ย เหี่ยว ไอ้กิ๊ก อีชล เดินกันจนรอบงานซื้อของกินไปตลอดทาง โดยไม่พลาดที่จะซื้อหมึกย่างของโปรด แล้วในที่สุดเราก็ไปลอยกระทงกันที่เรือนไทย ที่มีเสียงเล่าขานว่าผีดุมาก โชคยังดีที่ไม่มีผีตนใดมาดุ หากมาเราตกน้ำ เพราะชอบตกใจเว่อร์ พอลอยเสร็จ เราก็ออกไปเดินเล่นกันต่อ แต่ปวดฉี่เลยไปเข้าห้องน้ำตึกสังคมซึ่งน่ากลัวและเหม็นมากจนไม่มีใครกล้าเข้าก่อน ต้องนับหนึ่ง สอง สามแล้วเข้าไปพร้อมกัน จากนั้นก็แยกย้ายกลับหออย่างประทับใจจอร์จปีสองก็กลับไปลอยที่ศาลายา ไปเจอรุ่นน้องที่สนิทกันก็เล่าเรื่องผีกันพอหอมปากหอมคอ สนุกมาก จำได้ว่าปีนี้ลอยกระทงที่สระน้ำหลังตึก OP และ ICTปีสามก็ไปศาลายา ไปเก็บความทรงจำเก่าๆที่ศาลายาอีกปีสี่ศาลายาไม่จัดเพราะไว้อาลัยให้พระพี่นาง แล้วไอ้แป๊กชวนเราไปเกษตร ซึ่งเรากับไอ้เป็ด แล้วก็ปุ้ย หาที่ไปกันอยู่ เราเลยถือโอกาสไป ไม่คิดว่าเขาจะมีคนที่ต้องคอยตามเทคแคร์อยู่แล้ว ไม่งั้นไปลอยที่อื่นกันก็ได้ ที่นั่นคนเยอะมาก ไม่รู้จะมากันทำไมนักหนา (แล้วกูไปทำไร) แล้วกว่าจะได้ลอยนะเดินไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เสร็จแล้วเราก็กลับไปส่งปุ้ยที่ศิริราช เห้อนานๆทีจะได้เจอกันนะ ปุ้ยเนี่ย ยังไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่เลยส่วนปีนี้ ศาลายาไม่จัดอีกตามเคย แต่บังเอิญตรงกับงานศพแม่ครูตู่ (เจ้าของศูนย์สอนพิเศษ) เราก็เลยเหมารถตู้ไประนอง (จริงๆใช้เราไม่ได้ เพราะใช้เงินศุนย์ฯ ฟรี 555) อยากจะบอกว่าถนนลงใต้ตั้งแต่เพชรบุรีไปห่วยแตกมากครับเจ้านายยยย รถออกจากศูนย์ฯ สามทุ่มกว่า ใช้เวลาเดินทางแปดชั่วโมงนึกว่าจะได้นอนกลางทาง ห่าจิก กูนึกว่าอยู่บนหลังม้า เด้งดึ๋งๆๆๆๆ ทรมานตูดกูมาก (พอมีอารมณ์เริ่มไม่สุภาพ) แล้วพอไปถึงระนองตีห้ากว่า ก็นอนพักบ้านพี่เชแป๊บนึง ปรากฎว่า ตัวเรานั้นไซร้หลับเป็นตาย ถูกปลุกคนสุดท้ายแล้วกว่าจะตื่น (จะยอมตื่นง่ายๆได้ไง นั่งกระแทกมาทั้งคืน เมื่อย!!) พอตื่นมาครูตู่ก็เอาซาลาเปาและขนมจีบจ้าวปห่งความอร่อยมาให้ ครูตู่เขาบอกว่าเขาปลงตั้งนานแล้วเลยไม่เสียใจไรมาก เขายิ้มแย้มได้ตลอด เก่งแฮะ พอเอาซาลาเปาแปรงฟันเสร็จ เราก็ออกจากบ้านพี่เช ไปที่บ่อน้ำร้อน ไปเล่นน้ำกัน (นี่หรือมางานศพ) ตอนแรกลงน้ำเย็นก่อน ซึ่งวันนั้นเป็นวันแรกที่กรุงเทพเข้าหน้าหนาว แต่น้ำระนองหนาวมากแล้ว แต่เราก็ลงเพราะมันสุดยอดมาก แล้วก็ขึ้นมาลงน้ำร้อน โอ้วววววก้อดดดด น้ำมันให้ความรู้สึกที่ดีมาก มีคนบอกว่าเหมือนมีคนมานวดให้ตลอดเวลา ลงไปแล้วรู้สึกผ่อนคลายมากจนกระทั่ง ที่นั่งกระแทกมาตลอดคืนนั้นหายเป็นปลิดทิ้ง เสร็จจากที่นี่ เราก็เดินทางไปน้ำตกหงาวกันต่อ ไปแบบนั่งหลังรถกระบะไม่ใส่่เสื้อเลยอ่ะ แอบอายนิดๆ แต่คนอื่นก็ทำกูเลยถือว่าเท่าเทียม พอไปถึงนะ เราอุทานในใจว่า คุณพระช่วย สวยดีแท้ นี่หรือคือธรรมชาติเมืองไทย แล้วเราก็ไปลองเล่นน้ำกัน น้ำที่นี่ใสมากจนเอ่ยได้ว่า น้ำใสไหลเย็นเห็นตีนกู ชอนใชรูปูอยู่ไหวๆเราทะยอยเล่นตั้งแต่ น้ำตกลงมาเรื่องๆจนถึงฝายข้างล่างๆ สนุกมากเลย มีพี่ๆหลายคนปล่อยแก่เลยอ่ะ แต่เราปล่อยเด็ก 55+ แล้วพอตกบ่ายเราก็ไปนอนพักบ้านครูตู่ แต่ก่อนพัก ไปนอนอาบแดด (จริงๆแล้วกูหลบแดด) ที่สระว่ายน้ำบ้านครูตู่ แล้วก็เข้ามาหลับในบ้าน ตื่นมาตอนสี่โมงเย็นเล่นสลาฟไปสองสามตา แล้วก็ไปงานศพ ซึ่งเราได้หมามาหนึ่งตัว ตอนนี้เลี้ยงไว้ในห้อง ทำให้ห้องเราต้องปูหนังสือพิมพ์ซะครึ่งห้อง เพราะเดี๋ยวมันขี้ งานศพเสร็จพิธีสามทุ่มเราก็กลับ ซึ่งระหว่างทางเราแวะเที่ยวงานลอยกระทงที่ระนองนั่นแฟละ ไม่รู้ระนองนี้ของไทยหรือพม่า เพราะพม่าเหมือนจะเยอะพอๆกับคนไทย ซึ่งปีนี่เราไม่ได้ลอยเพราะต้องเฝ้าหมาอยู่ที่รถตู้ แล้วในที่สุดเราก็กลับมาถึงกรุงเทพตอนหกโมงเช้า ซึ่งข้าพเจ้ามีสอนตอนสิบโมง โคตรโหด นอนหนึ่งชั่วโมงเอง แต่เราก็ยังเอาชีวิตรอดมาได้ถึงทุกวันนี้ ขอจากลา ณ ที่นี้ เจอกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีปล. ระนองหนาวมากPakOctober 12 Where will my destiny settleหลังจากที่ได้ไปทำสัญญากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาแล้วนั้นไซร้ ตัวเราก็ได้ไปท่องเที่ยวในโลกไซเบอร์ชะเอิงเงย อย่างที่บอกไปแล้วเราไม่อยากไปเมกาด้วยเหตุผลหลายประการที่มิงบังควรพรรณา ณ ที่สาธารณะเช่นนี้ หากอยากรู้ก็มาถามเราเองในสถานที่รโหฐาน อย่างไรก็ดีวันนี้เมื่อเราตื่นมาในยามอรุโรทัยเพื่อเล่นเกม ดั่งใจปรารถนาเราได้เล่นเรื่อยมาจนยามฟ้าสางแล้วจึ่งไปกินอาหารเย็นกับสหาย แล้วพอกลับขึ้นมายังห้องเรามิสามารถสู้ความเร็วในการแย่งใช้คอมของมันได้ เราจึงอดเล่นเกมด้วยประการฉะนี้แล นี่เป็นมูลเหตุที่เรามานั่งเพิ่มข้อมูลในพื้นที่เอ็มเอสเอ็น
ข้อมูลที่เราจะนำมาเพิ่มลงในเนื้อที่นี้ให้ทันสมัยคือมหาวิทยาลัยลัยที่เราเล็งเป้าไป
เริ่มที่เยอรมันนะ
1. Technische Universität Dresden ประเทศเยอรมนีที่อยากไปก็มีหลากมูลเหตุเช่น ในสงครามโลกครั้งที่สองเราชื่นชอบเยอรมนีเป็นยิ่นัก แต่กลับแพ้ แล้วที่นี่อยู่ใกล้ Max-Planck Institute ที่เราหมายมั้นปั้นมือว่าอยากไปตั้งแต่ก่อนได้ทุนเสียอีก Dresden ยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของเยอรมนีที่โดนทิ้งระเบิดใส่จนพินาศ(เหตุนี้ทำให้เรากลัวผีนิดๆ ที่ไม่กลัวมากเพราะผีมันพูดไทยไม่เป็น เราฟังแล้วจับความบ่ได้)--ขอกลับสู่โหมดปกติ เพราะราชบัณฑิตบอกมาว่าเราใช้ภาษาไทยดีพอแล้ว-- 5555 เหตุผลสุดท้ายคือวิวสวยถ้าได้ไปแล้วถ่ายรูปมาต้องสวยแน่ๆ
2. Georg-August-Universität Göttingen
อันนี้เพราะเป็นมหาลัยเก่าแก่ และอย่างที่เห็นสัญลักษณ์สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ที่สุด นอกจากนี้ก็มีนักวิทย์ดังๆเป็นศิษย์เก่าเยอะเช่น Carl Friedrich Gauss จำได้คุ้นๆในฟิสิกส์ว่าเกี่ยวกับ gaussian surface, Max Planck, Walther Nenrst ในเคมีมันเกี่ยวกะ Nerst's Equation, Brothers Grimm คนแต่งนิทาน เป็นค้น 3. Ruprecht Karl University of Heidelberg นี่ก็รูปสวย 4. Europa-Universität Viadrina Frankfurt (Oder)
ชอบที่นี่เพราะ motto โคตรเพราะจับใจ ได้ยินแล้วกรูเปลี้ยอ่อนระโหยโรงแรง มันจะไพเราะอะไรได้ขนาดนั้น มันคือ Ex oriente lux แปลว่า Light from the east ลองคิดดูว่าถ้าเรียนจบที่นี่ แล้วกับมาถือคัมภีร์พร้อมใส่ชุยครุยกลับมา พอเจอคนแปลกๆ (เช่นยอร์ช) ระหว่างทาง เราก็เดินไปหน้ามัน กางคัมภีร์ออก ชี้นิ้วไปที่หน้าผากพร้อมพูดว่าวิญญาณผีร้ายจงออกจากร่างเดี๋ยวนี้ แล้วร่ายเวทย์ Ex Oriente Lux!! แล้วก็มีแสงพุ่งมาจากด้านหลังเพื่อขับไล่ผีร้าย ว้าวๆๆๆๆๆๆ เท่โคตร อีกเหตุผลคือไปกินไส้กรอกแฟร้งเฟิร์ต 5. Ludwig-Maximilians-Universität München ที่นี่แค่ชื่อก็กินขาดละ ชื่อเพราะมากสัญลักษณ์ก็สวย ลองไปดูใน www.lmu.de ต่อมา มาดูทาง Greece บ้าง เนื่องจาก Greece เป็นประเทศที่มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ยาวนาน จึงน่าไปดู (ไม่ได้ไปเรียน) 1. Aristotle University of Thessaloniki น่าไปเพราะชื่อดีมีอริสโตเติล แล้วมี motto ว่า MOYΣAIΣ XAPIΣI ΘYE แปลว่า Sacrifice with the grace of the Muses 2. Democritus University of Thrace 3. University of Macedonia เราจะไปตามรอยพ่อกษัตริย์ Alexander, the Great ดูว่าเค้าทำไงถึงรบเก่ง แล้วก็เอาเพื่อนเป็นผัวด้วย 4. University of Thessaly เคยได้ยินชื่ออาณาจักร Thessaly ในหนัง Troy เลยอยากรู้้ว่ามันเป็นยังไง วันนี้พอแค้นี้ละกันคอมว่างละ กรูไปเล่นเกมต่อ
Pak
September 15 Period of awaitingในที่สุดกรูก็ได้มาซึ่งทุนกระทรวงวิทย์ ห้า ห้า ห้า หห้า ห้า ห้า ฮิฮิ(หัวเราะแบบตัวร้ายแย่งของพระเอกมาได้) ว่าแต่สาขาที่เราได้คือไรฟะ Biomedical Engineering ถามจุฬา ซึ่งเป็นต้นสังกัดก็ยังไม่ตอบ สงสัยให้เราเดาเอาเอง แต่ตอนไปสอบสัมภาษณ์ตอบไปได้ยังไงก็ไม่รู้ มั่วมาก แต่เสือกติด
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ติดทุนมารู้สึกว่าตัวข้าพเจ้าเองนั้นใช้ชีวิตได้เตี้ยมาก ล่าสุดจะมีสอบวันจันทร์ แล้ววันอาทิตย์ไปเล่นแบดกว่าจะกลับก็ห้าทุ่ม เลยไม่ได้อ่านหนังสือ มาถึงหอเลยหลับทันที พอตื่นเช้ามาเลยนั่งคิดคนเดียวว่าเราจะเลือกคะแนนน้อย หรือ ไม่มีคะแนนดี ตอนจบกรูเลือกไม่มีคะแนน 555 แล้วก็เลยออกไปเที่ยวเล่น ตอนบ่ายก็ไปดูหน้าเพื่อนที่สอบกันที่คณะ หน้าตาแต่ละคนดูเหนื่อยนะ น่าเห็นใจ อิอิ แล้วข้าพเจ้าก็เลยตัดสินใจจะลาออกจากมหิดลละ แล้วก็จะไประงับทุนพสวท.ด้วย แต่ขอไปเอาค่าคอมพิวเตอร์ก่อน
มาถึงเรื่องเลือกประเทศที่จะไป จริงๆแล้วเราเคยคุยกับเพื่อนตั้งแต่เรียนป.ตรีละว่าถ้าจบแล้วจะไปต่ออังกฤษ เพื่อไปศึกษาดูงานผู้ดี ว่า original เค้าเป็นยังไง 55 แต่เราจะไม่ไปลอนดึ้นนะ เพราะมีข่าวแว่วมาว่าลอนดึ้นมันไม่เพียวแล้วเพราะว่ามีคนต่างชาติไปอยู่มาก (จริงๆแล้วกูไม่มีเงินอยู่ลอนดอน) แล้วพอไปถึง เนื่องจากอังกฤษได้ชื่อว่าเป็นเมืองน้ำชาดังนนั้นทำแล็บไปแล้วก็จะมีเวลาน้ำชา พอเรากลับมาสอนที่จุฬาแล้วเราก็จะติดมาประมาณว่า "OK นิสิตครับขอพักห้านาทีเพราะตอนนี้เป็น tea time, just stay in the room นะครับ" ห้า ห้า ห้า มันช่างน่าหมั่นไส้ดีแท้ นอกจากนั้นข้าพเจ้าทราบมาว่าเดี๋ยวอีกสี่ปีลอนดึ้นจะเป็นเจ้าภาพ Olympic games ดังนั้นเราก็อาจจะได้ดูกีฬาว้าว ว้าว ว้าว แล้วก็มีอีกหลายเหตุผลจิปาถะเช่นอังกฤษชุดครุยสวยกว่าอเมริกา ดังนั้นเวลามีงานรับปริญญาของพวกเด็กๆแล้วเราต้องแต่งชุดมาเราก็จะโดดเด่นเป็นสง่า วู้ว วู้ว วู้ว แต่จริงๆแล้วผลหลักก็คือกรูไม่อยากสอบ GRE มันยาก(ฉิบหาย)
อนึ่งเดือนหน้าข้าพเจ้าจะได้อินเตอร์เน็ตมาใช้แล้ว เดี๋ยวจะโต้รุ่งเลยคอยดูสิ เฮ้อพรุ่งนี้ต้องไปสอนพิเศษอีกแล้วแต่ตอนนี้ยังไม่ได้เตรียมสอนเลย แต่ก็ต้องนึกถึงเงินไว้นะ ชม.ละห้าร้อย ชม.ละห้าร้อย ต้องคอยเตือนสติตัวเอง ว่าไปแล้วทำไมกูหน้าเงินแบบนี้วะ มีไรฟรีกูไปหมดเลยอ่ะ แค่หน้าเงินนะไม่ได้งก เพื่อนสมัยมัธยมชอบบอกว่ากูงก แล้วมันก็ยกเหตุการณ์ตอนม.หนึ่งมาอ้างตลอดที่เราทวงเงินที่มันติดสองบาทอ่ะ ชิ ไปดีกว่าเดี๋ยวโดนด่างกอีก
ปล.สรรพนามบุรุษที่หนึ่งของกระผมมีหลายระดับไหม
แป๊ก April 04 etc.วันนี้เป็นวันย้ายหอ ก็นั่งเก็บของไปเรื่อยๆ พบวว่าของของตัวเองไม่ได้เยอะแยะไรเลย ยกเว้นเสื้อผ้า ซึ่งทั้งตู้ของกรูคนเดียวจากรูมเมทสี่คน 5555 และก็มีตำราเรียนอีกนิดหน่อย ชีตทิ้งหมดเก็บไว้อ่านก็ไม่รู้เรื่อง ค้นไปค้นมาก็เจอกล่องอยู่กล่องนึง ข้างในมีหนังสือหลายประเภทมาก เราก็เปิดอ่านดูทุกเล่ม แต่เล่มที่เปิดอ่านนานที่สุดและนานมากก็คือหนังสือรุ่นตอนม.หก ดูทั้งห้องตัวเอง ห้องคนอื่น หน้าอาจารย์ หน้าเด็กม.สาม จะว่าไปก็สามปีมาแล้ว ที่ไม่ได้ไปเห็นร.ร.เก่าเลย อยากเห็นจังเลย ว่าแล้วก็จบเรื่องเก่าๆไว้ก่อน มาที่ประสบการณ์ดีๆตอนมหาลัยบ้าง ปกติหลังเลิกเรียนเราก็กลับหอแล้วก็เปิดคอมโดยสมองไม่ต้องสั่งการ หรืออาจสั่งการโดยระบบประสาทอัตโนวัติ จากนั้นก็เช็คอีเมล์ แล้วก็เล่น Ragnaorok Online กับเพื่อนในเกม(ที่เคยเจอกัน) แล้วพวกเราก็ยกโขลงเลิก หันมาทุ่มเทความสนใจให้กับ Warcraft III DotA แทนเผื่อว่าสอบ qualify จะออกข้อสอบ ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกวันจนถือได้ว่ากิจกรรมนี้เป็นหนึ่งใน ฟctivity ของ life cycle เราเลยก็ว่าได้ แต่บัดนี้เพื่อนๆต่างก็เรียนจบ ก็ต้องแยกย้ายไปทำงานที่ถัวเองถนัด เรียนมา หรือ ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง หรืออาจจะเรียนต่อแบบเรา ซึ่งทำให้เราไม่ค่อยได้เจอใครอีกเลย วันนี้ไปเล่นเกมตั้งแต่สองทุ่มเลิกเที่ยงคืน ไม่มีเพื่อนเข้ามาเล่นเลย นี่กุบ้าเกมไปหรือป่าววะ คนอื่นเขากลับบ้านไปหมดแล้วเหลือแต่กุที่มัวเอาเวลาของชีวิตที่ตอนนี้ก็ดำเนินมาเกือบครึ่งทางแล้วมาเล่นเกม ไอ้บ้าเอ้ย แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้ย้ายหอละ เน็ตไม่มีคงจะเล่นน้อยลง อาจเป็นการบังคับตัวเองให้ concentrate กับการเรียน ที่เราปล่อยปะละเลยมานานแสนนาน (จริงๆแล้วไม่เคย conc. เลย) ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ขอให้เพื่อนๆโดยเฉพาะในเกมโชคดีในทางที่ตัวเองเลือกนะ แล้วก็ขอให้ตัวเองโชคดีกับการเรียนต่อด้วย - - keep the good memory with you na เรื่องเที่ยวบ้างดีกว่าไม่รู้ทำไมเราติดใจทะเลจังเลย ถึงแม้ว่าไม่ชอบเล่นน้ำทะเล แต่อยากไปทะเล ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงขอให้ผมได้มีโอกาสไปทะเลบ้างเถอะ ชวดมาหลายครั้งละ แล้วช่วงนี้ทำไมจะไปไหนก็โดน cancel ดูหนัง แต่ละเรื่องก็ไม่สนุก เรื่องที่อยากดูก็ไม่มีคนอยากดูกะกรู ชีวิตน่าเศ้รายิ่งนัก ตอนนี้ปวดหลังร่างกายโดยสมองส่วนอัตโนวัติอยากเอนกายมากแต่ส่วน voluntary หรือแบบภายใต้การควบคุมของจิตใจยังไม่อยากให้นอนเพราะอยากทำอะไรอีกหลายๆอย่าง เอ้อเขียนมาถึงจุดนี้นึกได้ว่าวันนี้ไฟไหม้ชุมชนตลาดมหานาค ใกล้ๆหอเรานี่เอง ตอนเรากำลังข้ามสะพานลอยแยกอุรุพงษ์เห็นรถมันขับขวางรถดับเพลิงแล้วขัดใจกุเหลือเกิน กะอีแค่จะเปลี่ยนช่องจราจรมันก็ขวางทางอยู่ แล้วพวกรถฉวยโอกาสตอนจังหวะเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรอีก ทำให้รถดับเพลิงกุไปไม่ได้ ทำไมเห็นแก่ตัวกันจัง หลังจากกำลังโมโหแทนเราก็นึกถึงชาวบ้าน(ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่ามันไหม้ที่ไหนแต่รู้ว่าแถวๆตลาดมหานาคนั่นแหละ) เรารู้สึกสงสารชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง คนทำมาค้าขายทำงานหนักกว่าเราอีกแต่ต้องมารับกรรมไฟไหม้ ลูกหลานจะหนีออกมาทันหรือปล่าวก็ไม่รู้ สมทบกับตอนนึกย้อนไปครั้งที่รถเมล์ไปอีสานตกถนนแล้วไฟไฟม้ท่วมทั้งคันรถ(ดูคลิป) เราเห็นยายคนนึงร้องอย่างน่าสงสารประหนึ่งจะขาดใจตายว่า "หลานกุอยู่ไหน หลานกุอยู่ไหน" แค่คิดเราก็รู้สึกตัวชา น้ำตาคลอ สงสารจริงๆ จาดสะพานเลยเดินมาซักพักผ่านเซเว่นแถวหอ เราได้ยินผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาแบบที่ไม่น่าฟังว่า "เออ คนเยอะตายๆกันซะมั่งก็ดี" กุได้ยินแล้วอยากด่าว่าอีห่าจิก เค้าไม่ใช่ญาติมึงนี่ ถ้าเป็นคนใกล้ตัวเมิง คงพูดไม่ออก จะเห็นได้ว่าแค่นี้มันยังไม่รักกันเลย แล้วทั้งประเทศจะมีซักกั่คนวะที่รักกัน เซ็งเป็ดอีคนพูดนี่จริงๆเลย ขึ้นเรื่องใหม่วันนี้ cell and molecular biology เรื่อง bioenergetics เราพบว่าเราชอบ thermodynamics จัง แม้ว่าอ.จะสอนไม่รู้เรื่อง ที่ชอบเพราะว่า หลายคนมองว่าวิชาสาย bio เป็นอะไรที่ท่องจำมากๆ ในความคิดเรามันอาจเป็นเพราะเรายังไม่สามารถอธิบายได้ก็ได้เราเลยต้องรู้ไปก่อนว่าเขาค้นพบอะไรมา แล้วพบอย่างไร ซึ่ง thermodynamics สามารถอธิบายได้หลายอย่าง ก็เลยชอบแล้วมันเป็นอะไรที่เท่ดี ดังนั้นอยากให้มหาลัยเปิดวิชา thermodynamics in biological system จบข่าว สุดท้ายขอฝากสุภาษิตว่า ที่ใดมีสอบ ที่นั่นมีทุกข์ ความพยายามอยู่ที่ไหน ทำไมกุเจอแต่ความขี้เกียจ รักไม่รุ่งจึงมุ่งเรียน เรียนเถิดจะเกิดเขา November 23 ความเศร้าใจ ของนายพีรพัฒน์เมื่อสองวันก่อนเป็นวันเกิด มีเวลาให้มีความสุขนิดหน่อย แต่ก่อนหน้านั้นประมาณเดือนนึง เราได้รู้เกรดวิชา
plant tissue culture เพราะมีคนสืบมาให้ ปรากฏว่าเราได้ C ช่วงนั้นเราเสียใจมากๆ จะสอบ Toefl
ก็ไม่ค่อยได้อ่าน ส่วนนึงก็เพราะเซ็งเกรดนี่แหละ เพราะลองคิดดูสิ เทอมที่ผ่านมาเราลง 5 หน่วยกิต วิชา
นี้ 4 หน่วยกิต ดังนั้นถ้าเราได้ C เกรดก็จะ 2.4 ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยต่ำอะไรได้ขนาดนี้ แต่นั่นก็เดือนนึง
ผ่านมาแล้วนะ เราก็ทำใจจนลืมมันไปเสียสนิทแล้ว
วันนี้หลังจากเลิกเรียนเราก็มานั่งกินขนมที่ตึกกลมคนเดียว นั่งมองไรไปเรื่อยเปื่อยจนเสียงหนึ่งของคนที่ไม่
รู้จักผ่านมาเข้าหู
"เห้ยเกรดออกแล้ว"
เท่านั้นแหละเราก็รีบลุกมาหาปลั๊กไฟเพื่อที่จะเปิดคอมดูเกรด แล้วก็อย่างที่เป็นไปอย่างที่คิดได้ 2.4 จริงๆ
สัมมนาได้ A แต่ plant tissue culture C ตอนนั้นเราได้แต่อึ้งว่านี่จริงหรอ เราคิดว่าเราทำใจมาแล้วนะ
แต่พอมาเจอเข้าจริงๆ มันรู้สึกวูบเหมือนตกเหว น้ำตามันจะไหล ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เป็นความเศร้าต้อนรับปี่
ที่ 21 ของชีวิตเลย
นี่น่ะหรือคือผลตอบแทนที่ทางคณะคัดเลือกเราไป wisconsin แล้วพอเรากลับมาเราไม่เคยโดดเรียน ตั้ง
ใจเรียน ตอนสอบเราก็ทำได้ ทั้งๆที่ปกติเราจะโดดเรียนบ่อย แล้วนี่นะหรือผลตอบแทนของการเป็นเด็กดี
ตั้งใจเรียน ทั้งๆ ตอนก่อนไปเราก็ตกลงกับอาจารย์ไส้แล้วว่าอาจารย์จะคิดแต่คะแนนไฟนอล แต่พอตัดเกรด
ทำไมอาจารย์เขาคิด คะแนนมิดเทอมด้วยล่ะ งั้นเราก็ศูนย์น่ะสิ เพราะช่วงคนอื่นสอบมิดเทอมเรายังอยู่ wis
consin อยู่เลย
ยังไงก็ตามเราก็จะไม่ fight เอาเกรดเพิ่มหรอก เก็บไว้แบบนี้แหละเป็นอนุสรณ์ว่า อย่าไว้ใจใครง่ายๆ คงเป็น
เพราะเราเป็นเด็กบ้านนอกมั้งเลยไว้ใจคนอื่นตลอด คิดว่าคนไทยด้วยกันคงไม่ทำกันอย่างงั้นหรอก แล้วเป็นไงล่ะ
โดนหลอกเข้าเต็มๆ
สุดท้ายก็ฝากไว้แล้วกันนะว่า
"อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจ...."
โอ้ยแล้วกุจะลอยกระทงอย่างมีความสุขได้ไงวะ เชี่ยเอ้ยยยยยยยยยยยยย สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
!@@#%$#%@%#%$#^#$^%@%@% ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แมร่งเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย |
||||||||||||||||
|
|